Social :



ผีพราย

03 ส.ค. 59 22:08
ผีพราย

ผีพราย

 ส่วนใหญ่มีถิ่นที่อยู่อยู่ในน้ำมากกว่าบนบก พราย เชื่อกันว่าเป็นจิตวิญญาณชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กสุด (ลำดับของดวงจิตวิญญาณที่สามารถปรากฏให้รับรู้ได้ คือ พราย ภูติ ผี ปีศาจ) ส่วนใหญ่มักมีที่มาจากการหมักหมมของซากพืชหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆดวงจิตวิญญาณนี้มักแสดงตน (มีลักษณะเป็นดวงไฟเรืองแสง) เพื่อหาสถานะที่อยู่โดยเข้าทดแทนในบางส่วนของร่างมนุษย์ สัตว์ซึ่งถือว่าดีกว่าสถานะเดิม (สิงสู่) ด้วยการหลอกล่อให้ยอมรับ ลุ่มหลง

   ผีพราย   ส่วนมากจึงมักปรากฏร่างเป็นผู้หญิง นางไม้ บางทีก็จัดเข้าพวกผีพรายได้เช่นกัน เช่น พรายตะเคียน พรายตานี เป็นต้น หรือแม้แต่ผีทะเล หรือผีน้ำ ก็จัดเป็นพรายด้วยเช่นกัน เช่น พรายทะเล พรายน้ำ แต่ว่าพรายน้ำที่เป็นฟองผุดๆ ขึ้นจากน้ำนั้น เป็นคนละอย่างกัน
     นอกจากนี้ ในเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ยังปรากฏผีพรายด้วย คือโหงพราย แต่ในเรื่องขุนช้างขุนแผน คาดว่าน่าจะเป็นผีผู้ชายมากกว่า


ความเชื่อโบราณของไทยล้านนา

ผีพราย  หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า  "พราย"  หมายถึงผีหรือวิญญาณที่ชอบแฝงเร้นสิงสู่ในร่างคนประเภทหนึ่ง อีกประเภทหนึ่ง หมายถึงวิญญาณของหญิงที่ตายเนื่องจากการคลอดลูก ทั้งสองประเภทนี้ต่างมีเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะข้อมูลเชิงวัฒนธรรมความเชื่อ ผีพรายประเภทแรก   เชื่อกันว่าเป็นผีในสายตระกูลของคนที่ถูกสิง ผีนั้นไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จึงมาอาศัยร่างของลูกหลานหากิน สำหรับคนที่ถูกสิง บางท้องถิ่นระบุว่าเป็นหญิงตั้งแต่วัยเริ่มมีประจำเดือนจนถึงวัยชรา แต่โดยทั่วไปแล้วไม่ได้ระบุเพศ ส่วนวัยมักเป็นวันกลางคนจนถึงวัยชรา

การเข้าสิงของผีพรายมีวัตถุประสงค์เพื่ออาศัยหากินของสดของคาว ขณะเดียวกันก็เกาะกินเลือดเนื้อและอวัยวะภายในของผู้ถูกสิง ทำให้ผู้ถูกสิงมีอาการอ่อนเพลีย ผอม สีผิวซีดเซียว วัน ๆ ได้แต่นอนซมอยู่เหมือนไร้เรี่ยวแรง แต่ถ้าปลอดคนจะมีแววตาแจ่มใสวาวโรจน์ มีเรี่ยวแรงกระฉับกระเฉง และลุกจากที่นอนไปหากินของสดของคาวตามในครัว ใต้ชานเรือน เป็นต้น หากหาของสดของคาวไม่ได้ จะควักกินกะปิ ปลาร้า เศษกระดูก ก้างปลา กระทั่งเลียครก เลียเขียง ถ้วยชาม ตามแต่จะทำได้ จากนั้นจึงรีบเข้าไปนอนที่เดิม ทำทีเหมือนไม่ได้ลุกไปไหน หากคราวใดที่บังเอิญมีคนพบเห็นขณะที่กำลังสาระวนการกิน การเลียอยู่ ผู้ถูกผีสิงจะมีอาการอ่อนแรงและทรุดอยู่ตรงนั้น
พฤติกรรมของผู้ถูกสิงไม่สามารถบิดบังอยู่ได้นาน เมื่อญาติรู้ทัน บางครอบครัวจัดเวรยามเฝ้า บางครอบครัวถึงขั้นล่ามโซ่กักกัน เมื่อไม่ได้ออกไปไหน ผีพรายจะหันมาเกาะกินตับไตไส้พุง ดูดกินเลือด น้ำเมือก น้ำเหลืองไปทีละน้อย จนกระทั่งเจ้าของร่างเสียชีวิต บางรายผีพรายจะออกจากร่างไปเลย หรือบางรายยังอาศัยร่างคนไปอีกระยะหนึ่งจนร่างกายเริ่มมีกลิ่นเน่า ถึงจะออกไป
เมื่อมีคนในครอบครัวถูกผีพรายสิง ญาติจะพยายามหาหมอมารักษา ซึ่งหมอก็จะรักษาตามพิธีหากไม่ได้ผลจะปรับเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อย ๆ สำหรับพิธีของหมอจะเริ่มใช้วิธีที่อ่อนโยนด้วยการเจรจาชักชวนให้ผีออกมากินอาหารที่เรียกว่า "จอบพราย"  โดยหมอจะพูดจาชักจูงเพื่อ "จอบ"  คือล่อให้ผีออกมากินเนื้อสด ปลาสดที่เตรียมไว้แทนการแฝงในร่างของคน หากไม่สำเร็จเปลี่ยนเป็นวิธีอื่นได้แก่ การเต็กพราย สูตรกวม ตัดพราย และรมพราย

เต็กพราย  คำว่า "เต็ก"หมายถึงบังคับ ในที่นี้จะเป็นการบังคับแกมขอร้องด้วยอาคม โดยหมอจะจัดเตรียมอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสด ปลาสด พร้อมเครื่องบัดพลี แล้วร่ายอาคมเพื่อเรียกผีออกมาสิงในไข่สด ตัวอย่างอาคมเรียกผีบทหนึ่งว่า
"โอม ปิ๊ดนะเลก                    กูจักเสกผีอันอยู่ในเนื้อ
กูจักเสกเสืออันอยู่ในฅิง            จุ่งจักออกมาร่ำงับจับใส่ไข่กูเนอ
สามสิบเสือนางเนื้อ                    สามสิบเอ้ยนางพราย
จุ่งจักออกร่ำงับจับใส่ไข่กูเนอ    โอมสวาหาย ฯ
นางเอ้ย นางอี นางยี่ นางสาม     พรายขุมพรายดำ
จุ่งออกมาร่ำงับยังเครื่องปูชา

Lif
    ทั้งหลายมวลฝูงนี้
นางพรายอยู่ทิสะหนใด            หื้อหนีไปทิสะหันนั้น บัดนี้เต๊อะ
เมื่อร่ายอาคมครบสามจบ หมอจะนำไข่ไก่สดมาเสก แล้วเกลือกไปตามสรรพางค์กายของคนที่ถูกสิง ตัวอย่างอาคมที่ใช้เสกไข่บทหนึ่งว่า
"สัพเพ เมตตัง กะโรถะ
มะนุสิยา จะ รักขันโต จะ
สันติ เย พะลิง ตัสสฺมา สิเน
รักขะถะ อัปปะมัตตาฯ
จากนั้นหมอจะเสกใบพลูด้วยอาคมดังกล่าว เอาไข่วางตั้งบนใบพลู ถ้าไข่ตั้งอยู่ได้แสดงว่าผีพรายออกมาอยู่ในไข่สดแล้ว แต่ถ้าไข่ล้มผีพรายยังไม่ออกมา กรณีที่ทราบว่าผีอยู่ในไข่แล้ว หมอจะนำไข่ไปใส่ภาชนะพร้อมเครื่องบัดพลีไปปล่อยให้ไหลลอยไปตามลำน้ำ และกรณีที่ผีไม่ออก หมอจะหาวิธีอื่นต่อไป

ผีพราย  อีกประเภทหนึ่ง คือวิญญาณของหญิงที่ตายเนื่องจากการคลอดลูก ไม่ว่าจะเป็นการตายทั้งกลมหรือตายหลังจากการคลอด จริงอยู่ชาวล้านนาเรียกผีตายทั้งกลมว่า "ผีตายกลม" แต่หลังจากที่ผ่าลูกออกจากท้องแล้วแยกกันฝัง ผีของหญิงผู้เป็นแม่จะเรียก  "ผีพราย"  ส่วนผู้ที่ตายหลังจากการคลอด หากกล่าวถึงระยะเวลาแล้ว นับเอาตั้งแต่ตายทันทีขณะคลอดลูกออกที่เรียกกันว่า "ลูกตกฟาก แม่ตากหงาย" ไปจนกระทั่งตายในช่วงที่อยู่ไฟ ถ้าตายในระยะเวลาดังกล่าวถือว่าวิญญาณเป็น  "ผีพราย"  เช่นกัน

การตายของหญิงในสภาพนี้ เชื่อว่าวิญญาณของผู้ตายมีความรักและผูกพันต่อลูกและผัวเป็นอย่างยิ่ง จึงเฝ้าวนเวียนพยายามหาทางเอาลูกและผัวไปอยู่กับตนในเมืองผี ชาวบ้านได้คิดหาวิธีรักษาชีวิตลูกผัวคนตายไว้ อันดับแรกมักจะให้ผัวไปบวชอยู่วัดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ทันทีที่เมียตาย ส่วนลูก ชาวบ้านเชื่อว่ามี

ผีพ่อเกิดแม่เกิดคอยคุ้มครองอยู่ คงมีแต่การใช้เครื่องรางป้องกันเท่านั้น และเพื่อตัดสายสัมพันธ์โดยเฉพาะระหว่างผัวกับเมีย จึงนิยมให้มีพิธี "ตัดพราย" ขึ้น
ทันทีที่ผู้เป็นผัวลาสิกขา ญาติจะจัดเตรียมเครื่องประกอบพิธี อันมีกระบะบัดพลีใส่ผักสด ปลาสด เนื้อสด เครื่องสำอาง กระจก หวี เครื่องประดับพร้อมหุ่นปั้นรูปผู้หญิงไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ แล้วเชิญพ่อหมอผู้ชำนาญในไสยเวทย์เป็นผู้ประกอบพิธี ซึ่งเริ่มด้วยการให้ผู้เป็นผัวนั่งเหยียดเท้าไปแตะกระบะบัดพลี พ่อหมอจะโยงสายสิญจน์จากศีรษะผู้เป็นผัวไปผูกกับหุ่นปั้นในกระบะ จากนั้นจึงร่ายอาคมแล้วใช้มีดหมอตัดสายสิญจน์ เมื่อตัดขาดแล้วนำกระบะไปลอยให้ไหลไปกับกระแสน้ำ ส่วนผู้เป็นผัว พ่อหมอจะทำพิธีปัดรังควาญพร้อมรดน้ำมนต์ เสร็จแล้วให้กลับไปนุ่งขาวห่มขาวรักษาศีลที่วัดไม่น้อยกว่าสามวัน
ส่วนผีพรายที่มีการนำมาเลี้ยงเพื่อประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ ทำให้หญิงหลงรัก ช่วยกระซิบบอกเหตุการณ์หรือทำนายทายทักนั้น เกิดจากการที่ผู้มีอาคมไปลนเอาน้ำมันจากคางและหัวนมของหญิงตายทั้งกลมจากหลุมฝังศพมาหุงปรุงเป็น "น้ำมันพราย"
ผู้ที่ไปเอาน้ำมันพรายได้ต้องเป็นผู้แก่กล้าทางวิทยาคม เมื่อทราบว่ามีการตายทั้งกลมที่ไหน ฝังไว้ที่ใด จะจัดเครื่องพิธีไปขุดเอาศพให้นั่งพิงในหลุมแล้วทำพิธีลนเอาน้ำมันพราย พร้อมร่ายมนต์เรียกพรายไปด้วย เมื่อได้น้ำมันแล้วจะถอนผมศพเส้นหนึ่งใส่ในน้ำมันพราย จากนั้นจึงนำไปหุงรวมกับสีผึ้งและน้ำมันจากเมล็ดพืชอื่น ๆ แล้วเอาผสมน้ำมันจันทน์ไว้ใส่ในผอบ เสร็จแล้วกลบฝังศพไว้เรียบร้อย แล้วตอกหลักอาคมไขว้ไว้บนหลุมเพื่อสะกดวิญญาณที่เหลือมิให้ออกไปได้

น้ำมันพรายที่ได้จะมีวิญญาณพรายสิงอยู่ ผู้มีน้ำมันพรายจะต้องปลูกศาลให้อยู่ พร้อมเลี้ยงดูด้วยเนื้อสด ปลาสด หรือไข่สด เป็นระยะ ๆ เวลาจะไปไหน หากต้องการให้พรายไปด้วย ก็จะบอกกล่าวให้พรายรู้ พรายจะติดตามไปเพื่อรับใช้ตามที่ต้องการจะใช้ ข้อสำคัญต้องเลี้ยงดู เซ่น วักอยู่เสมอ และผู้มีน้ำมันพรายจะต้องรักษาความเข้มขลังทางอาคมไว้ตลอด เมื่อใดที่ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่หรือมีเหตุให้มนต์คลายความขลัง ผีพรายจะอาละวาดทำร้ายทั้งเจ้าของและครอบครัวให้เดือดร้อนถึงกับเอาชีวิตเลยทีเดียว ฉะนั้นเจ้าของต้องตระหนักและระวังตัวตลอดเวลา ในกรณีที่ผู้เลี้ยงเสียชีวิตลง ลูกเมียต้องไปเชิญผู้ทรงกฤตยาคมทำพิธีปล่อยพราย โดยจะใช้กระบะบัดพลีบรรจุเนื้อสด ปลาสด และไข่ดิบ เชิญพรายออกจากศาล แล้วนำกระบะไปลอยลงแม่น้ำ เป็นการปลดปล่อยวิญญาณล่องลอยไปให้พ้นจากห่วงมนตรา.


น้ำมันผีพราย 

คนในสมัยโบราณต่างเชื่อในเรื่องการทำไสยศาสตร์ หนึ่งในจำนวนของที่ทำให้เกิดเรื่องมากที่สุดนั้นก็คือน้ำมันพรายน้ำมันพรายถือเป็นทั้งของสูงและของต่ำ แล้วแต่เจตนาในการปรุงแต่งไปใช้ อย่างเช่นในพิธีชุบพระแสงดาบของกษัตริย์ เพื่อให้มีเดชาประกาสิต พวกอาจารย์ใหญ่ๆทางอยุธยาจะเขียนอักขระด้วยผงฝุ่นที่ทำพิธีปลุกเสกลงบนพระแสงดาบเผาจนเหล็กแดงแล้วนำไปชุบในน้ำมันผี ตัวอักขระจะนูนขึ้น แล้วนำไปล้างออกด้วยน้ำที่เกิดขึ้นเองในเศียรพระวัดตูม
การจะเอาน้ำมันผีก็คือ ผู้ทำจะจ้างวานสัปเหร่อแอบขุดผีตามหลุมในป่าช้า ตัดหัวผีออกเอาไต้จุดไฟลนที่คาง น้ำมันในสมองจะไหลลงมาที่คางแล้วรองใส่ขวด แต่ถ้าจะทำเสน่ห์ต้องผีตายโหงเท่านั้น
น้ำมันพรายจะมีสองชนิด ชนิดหนึ่งใช้ทำเสน่ห์ ในสมมัยก่อนใช้เป็นเครื่องมือของพวกไอ้หนุ่มคลั่งรักที่ไม่มีทางที่จะได้หญิงนั้นมาครอบครอง อีกอย่างใช้ทำให้คนเป็นบ้า ชนิดที่ทำเสน่ห์ผสมน้ำมันจันน์มากและเข้าพิธีคาถาอาคมทางไสยศาสตร์ครบครัน ส่วนทำให้เป็นบ้านั้นใช้น้ำมันผีมากๆใช้น้ำมันหอมน้อย และไม่ได้ลงเลขยันต์อะไรเลย น้ำมันพรายแท้ๆจะมีพิษร้าย


หมอเขาว่าถ้าจะเอาไปทาเนื้อใครมันจะแทรกซึมเข้าขุมขนโดยเร็วแล้วเข้าเส้นโลหิต เส้นโลหิตนั้นต้องการโลหิตที่สะอาด ครั้นเมื่อน้ำมันพรายเข้าไปปะปน เลือดมันจะไม่บริสุทธิ แล้วคนคนนั้นจะมีอาการคุ้มคลั่ง คุมดีคุ้มร้ายตลอดไป นานเข้าอาจบ้าคลั่งจนถึงตาย คนที่จะใช้น้ำมันพรายจะต้องจัดการป้องกันตัวก่อนโดยใช้ปูนกินกับหมากละลายน้ำทามือ ทาแขนเพื่อปิดรูขุมขนก่อนจึงจะปลอดภัย
ในปัจจุบันสังคมเจริญทางด้านวัตถุ ความมักได้ในกามทวีกำลังมากขึ้น ความเชื่อในเรื่องการทำน้ำมันพรายที่ซุกอยู่ในซอกหลืบของความเจริญ อาจกลับมาเป็นวิธีทางเลือกของไอ้หนุ่มคลั่งรักในปัจจุบัน พวกคุณจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าน้ำมันผีพรายนั้นดีเลวแค่ไหน เมื่อวันใดที่มันตกมาอยู่ในมือคุณ บางส่วนคัดลอกมาจากหนังสือ วิญญาณที่เร่ร่อน ของครูเหมเวชกร”

โพสต์โดย : nampuengeiei9760