Social :



ได้พิจารณาแล้ว “ธัญวัจน์” แจงหลักการเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขกม.แพ่งและพาณิชย์

10 ก.พ. 65 04:02
ได้พิจารณาแล้ว “ธัญวัจน์” แจงหลักการเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขกม.แพ่งและพาณิชย์

ได้พิจารณาแล้ว “ธัญวัจน์” แจงหลักการเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขกม.แพ่งและพาณิชย์

“ธัญวัจน์” แจงหลักการเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามที่นายธัญวัจน์  กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส. พรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอ
ทั้งนี้ก่อนเริ่มพิจารณา นายชวน หลีกภัยประธานสภาฯ ได้เตือนไปยังรัฐบาล ว่าหากต้องการใช้สิทธิตามข้อบังคับ เพื่อขอนำร่างกฏหมาย ที่สมาชิกเสนอ ไปพิจารณาก่อนรับหลักการนั้นควรแจ้งล่วงหน้าก่อน ทั้งนี้เป็นผลมาจากที่ กฎหมาย2 ฉบับของพรรคก้าวไกลที่มีการเสนอมา ก่อนหน้านี้ ทั้งร่างพระราชบัญญัติสรรพสามิต และร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่รัฐบาล ได้ขอใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับ จนทำให้สภา ไม่สามารถพิจารณาต่อ เข้าสู่วาระหนึ่ง ในชั้นรับหลักการได้

 

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
คือการกำหนดให้การสมรสที่ไม่จำกัดเพศเพียงชายหญิง และการสมรสที่ให้สิทธิทุกอย่างเท่ากับชายหญิง รวมไปถึงการสมรสของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา ที่ไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งเพศ

 


ทั้งนี้นายธัญวัจน์ ได้ชี้แจงหลักการในฐานะผู้เสนอร่าง กฎหมาย ว่าเป็นการแก้ไข เพื้อให้ชายหญิงหรือบุคคลที่เป็นเพศเดียวกัน สามารถ หมั้นหรือสมรส
MulticollaC
เป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย เปิดโอกาสให้คู่สมรสเพศเดียวกันสามารถรับเลี้ยงดูบุตรบุญธรรม ได้ ตามกฎหมาย

 

กฎหมายปัจจุบัน มีความเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ขัดต่อการดำรงอยู่ของบุคคลกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนจากคำว่าชาย- หญิง เป็นคำว่า”บุคคล” สอดคล้องกับหลักการระหว่างประเทศ ว่าการบัญญัติกฎหมายนั้นจะต้องคำนึงถึงเรื่องของเพศสภาพ เพศวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศ และปัจจุบัน มีมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว


 

นอกจากนี้ได้ถ่ายทอดปัญหา ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่หลายคนมองว่าปัจจุบัน มีสิทธิเสรีภาพเพียงพอแล้ว แต่ข้อเท็จจริง มาคู่รักเพศเดียวกันใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่ในยามป่วยไข้ ตามกฎหมายแล้ว ไม่สามารถให้คู่รักเซ็นยินยอม รักษาพยาบาลได้ การทำประกันชีวิต ที่ต้องระบุผู้ได้รับผลประโยชน์ ก็ไม่สามารถระบุชื่อคู่รักเพศเดียวกันได้ รวมไปจนถึงการซื้อทรัพย์สิน บ้าน และที่อยู่อาศัย ที่ไม่สามารถถือครองร่วมกันได้ ดังนั้นหากเราไม่แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เท่ากับว่าประเทศไทยไม่ได้ให้คุณค่า ความรักของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ




ขอบขอบคุณข้อมูลจาก:innnews

โพสต์โดย : monnyboy