menu "ประโยค ที่ไม่ควรพูดในที่ทำงาน"
date 29 พ.ย. 61 16:15    หมวด: การพัฒนาตนเอง
facebook twitter google plus


"ประโยค ที่ไม่ควรพูดในที่ทำงาน"

คำพูดย่อมเป็นนายเราเสมอ...การที่เราจะพ่นคำพูดหรือประโยคอะไรออกมาแต่ล่ะครั้ง  พึ่งคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเราพูดสิ่งนั้นออกไปแล้ว จะไม่ทำให้พูดอื่นเสียความรู้สึก  ไม่พอใจหรือบางคนพูดแรง พูดตรงเกินไป  อาจก่อฉนวนให้เกิดปากเสียงกันได้  ที่สำคัญมันยังดูแย่ในสายตาเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าอีกด้วย วันนี้เราจึงรวบรวมบทความดีดีมาฝากเพื่อนๆทุกคน  "ประโยค ที่ไม่ควรพูดในที่ทำงาน"  ตามไปดูกันเลยว่าประโยคให้ห้ามใช้บ้าง ^^




1.“ฉันขอโทษนะแต่…”
  การรู้จักขอโทษเมื่อทำผิดเป็นสิ่งที่ดีแต่เมื่อไหร่ที่มีคำว่า“แต่”ต่อท้ายนั่นแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังพยายามแก้ตัวเพื่อให้ตัวเองดูผิดพลาดน้อยลงและคนฟังคำขอโทษนั้นอาจตีความได้ว่าคำขอโทษที่คุณเอ่ยออกมาไม่ได้เกิดจากความรู้สึกสำนึกผิดจริงๆทางที่ดีแค่พูดออกมาอย่างจริงใจว่า“ขอโทษนะครั้งหน้าจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก”แล้วรู้จักยอมรับมันเรียนรู้และไม่ทำผิดพลาดซ้ำเดิมก็เพียงพอแล้ว


2.”บอกแล้วไงทำไมไม่เชื่อ”
  เมื่อเราบอกอะไรบางอย่างกับคนบางคนแล้วเขาไม่เชื่อแต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ที่คุณเตือนเขาเอาไว้กลับเป็นจริงขึ้นมาคำพูดทำนองว่า“บอกแล้วใช่ไหม”  “บอกแล้วไง”“ว่าแล้วไง” มักจะออกจากปากเราโดยอัตโนมัติการพูดจาทำนองนี้นอกจากจะไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นมาแล้วยังจะทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนโดนซ้ำเติมอีกด้วย


3.”ทำไมต้องเป็นฉัน”
   หลายคนเมื่อถูกไหว้วานให้ทำอะไรบางอย่างมักจะชอบถามหาเหตุผลว่า“ทำไมฉันต้องเป็นคนทำเรื่องนี้ด้วย”จริงอยู่แม้ว่าคุณอาจจะอยากรู้เหตุผลว่าทำไมต้องเป็นคุณไม่เป็นคนอื่นแต่หัวหน้าหรือคนมอบหมายงานให้คุณอาจตีความได้ว่าคุณคงขี้เกียจขาดความเสียสละและอยากจะปัดความรับผิดชอบให้คนอื่นทำแทน


4.”รู้แล้ว”
   คำพูด“รู้แล้ว”นอกจากจะเป็นคำพูดที่ทำร้ายใจคู่สนทนาเพราะทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนปิดสวิตช์บทสนทนาแล้วยังเป็นคำพูดที่ทำให้ผู้พูดเสียโอกาสในการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ จากคู่สนทนาของตัวเองอีกด้วยลองนึกภาพตามสิว่าถ้าคุณกำลังเล่าอะไรบางอย่างให้เพื่อนฟังแล้วเพื่อนเอาแต่พูดว่า “รู้แล้วๆ”คุณจะอยากเล่าต่อจนจบหรือไม่กลับกันหากเพื่อนของคุณตั้งอกตั้งใจฟังโดยไม่ขัดอะไรคุณคงอยากจะเล่าเรื่องราวให้ฟังมากมายแบบไม่รู้จบ


5.“แต่เราทำแบบนี้กันมาตลอดนะ”
   เมื่อไหร่ที่คุณเอ่ยคำนี้ออกมา
นั่นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าคุณเป็นคนหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงกลัวการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆและมักจะทำงานแบบเพลย์เซฟเสมอจริงอยู่ว่าสิ่งที่เคยได้ผลลัพธ์ดีในอดีตนั้น  ย่อมนำมาเป็นโมเดลที่ใช้ได้ในปัจจุบันแต่คุณแน่ใจไหมว่าจะคงมาตรฐานงานเอาไว้อย่างเดิมตลอดไปลองรับฟังไอเดียใหม่ๆจากคนรอบข้างบ้างเมื่อไหร่ที่มีเพื่อนร่วมงานเสนอความคิดแปลกๆใหม่ๆลองตั้งใจฟังพวกเขาพูดให้จบเสียก่อน


6.”งานเยอะเต็มไปหมดแล้วไม่มีเวลาหรอก”
  หลายคนติดนิสัยชอบอ้างโดยไม่รู้ตัวโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่ชอบอ้างว่าไม่มีเวลาและอ้างว่างานที่ทำอยู่หนักหนา(จะตายอยู่แล้ว)เพื่อที่จะเป็นเหตุผลให้คนรอบข้างเข้าใจว่าตัวเองทำงานบางอย่างไม่ได้  การพูดแบบนี้มีแต่จะทำให้ตัวคุณดูแย่โดยเฉพาะในสายตาหัวหน้าเพราะเขาอาจมองว่าคุณบริหารจัดการงานไม่เก่งเอาเสียเลยแถมยังเป็นการปิดกั้นโอกาสตัวเองไม่ให้เรียนรู้ในสิ่งอื่นๆนอกเหนือจากงานที่ทำเป็นกิจวัตรอีกด้วย แต่หากคุณงานล้นมือจริงๆแล้วเพื่อนร่วมงานขอให้ช่วยทำบางอย่างคุณอาจใช้วิธีรักษาน้ำใจด้วยการบอกว่า“ทำให้ได้แต่ต้องเป็นเวลา….นี้ถึงจะเสร็จ”เท่านี้เขาก็ไม่รู้สึกว่าโดนปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยแล้ว



***ฉะนั้นแล้ว...ไม่ว่าคุณจะพูดโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม 
 แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่าคุณได้คิด ก่อน พูด หรือไม่นั้นเองค่ะ***














ข้อมูล : goodlifeupdate







โพสต์โดยสมาชิก : FILM1205