menu เทคนิคการปลูกไผ่ ให้ได้ผลผลิตสูง
date 14 มี.ค. 62 11:03    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการปลูกไผ่ ให้ได้ผลผลิตสูง
indiglow

เทคนิคการปลูกไผ่ ให้ได้ผลผลิตสูง

คุณสงวน พัฒนพันธ์ ทำการเกษตรมาเกือบ  20  ปี  ทำสวนไผ่จนได้ใบรับรองการผลิตไผ่อินทรีย์ ของ กรมวิชาการเกษตร   ตั้งแต่ปี  2550  และต่ออายุมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน  ในเนื้อที่ทั้งหมด  7  ไร่  มีไผ่ทั้งหมดในสวนมากกว่า  300  กอ  ซึ่งประกอบด้วยไผ่หลากหลายสายพันธุ์  เช่น  ไผ่หม่าจู  ไผ่ตงลืมแล้ง ไผ่กิมซุง ไผ่ช่อแฮ  ไผ่บงหวาน  แต่ที่ปลูกเยอะที่สุดและสร้างรายได้จริงๆ จะเป็นไผ่ตงลืมแล้ง ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น  294  กอ  ได้แนะนำวิธีการปลูกไผ่ให้ได้ลผลิตสูง ไว้เป็นขั้นตอน ดังต่อไปนี้


ไผ่ตงและไผ่ชนิดอื่น ๆ มีวิธีการเตรียมพื้นที่ปลูก-ขนย้ายต้นกล้า และการเตรียมหลุมปลูก ที่เหมือนกัน วิธีทีจะทำให้ต้นกล้ามีการฟื้นตัวและให้ผลผลิตเร็วดังนี้ 

การเตรียมพื้นที่ปลูก : 
ปรับพื้นที่ให้เตียนเพื่อให้สะดวกมรการดูแลต้นไผ่ ไถดินตากแดดอย่างน้อย 2 ครั้ง สำหรับการ ถ้าพื้นที่ลุ่ม มีน้ำขัง ควรทำการยกร่องให้สูง ปลูกไผ่เพื่อเก็บหน่อควรเว้นระยะปลูก 4*4 เมตร 

การจัดการก่อนนำกล้าไปปลูก :
ก่อนทำการขนย้ายต้นกล้าไผ่ ควรใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งที่ยื่นยาวออกเสียก่อน และลิดใบออกให้เหลือเพียงเล็กน้อยเพื่อป้องกันการคายน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กล้าไผ่เหี่ยวและฟื้นตัวได้ยาก 

การเตรียมหลุมปลูก /การปลูก :
ขุดหลุมลึก 30 ซม. กว้าง 50ซม. ผสมดินดีกับปุ๋ยหมัก อัตราส่วน คือ ปุ๋ยคอกหมัก 1ปี๊บ+หน้าดินที่ขุดออก 1 ปิ๊บ/หลุม ผสมให้เข้ากัน จากนั้นเกลี่ยดินให้เสมอ ขุดเป็นหลุมขนาดเล็กนำกิ่งไผ่วางลงในหลุ่มกลบดินให้แน่นนำหลังมาปักมัดติดกับต้นไผ่ให้แน่นแล้วรดน้ำ จากนั้นให้นำฟางหรือหญ้าแห้งมาคลุมเพื่อป้องกันวัชพืชและเก็บความชื้น หลังจากปลูกไผ่แล้วให้รดน้ำทุกวันติดต่อกันประมาณ 15 วัน หลังจากนั้นให้รดน้ำวันเว้นวัน (สำหรับหน้าแล้ง) ถ้าเป็นหน้าฝนก็รดน้ำตามความเหมาะสม อย่าให้ดินแห้ง 

** หลังจากที่ปลูกประมาณ 7 เดือน ไผ่จะเริ่มออกหน่อ หน่อที่ออกมาช่วงแรกอย่าเพิ่งรีบตัด ให้เก็บไว้เป็นลำประมาณ 4-5 ลำ หลังจากปลูกได้ประมาณ 1 ปี ไผ่จะออกหน่อเต็มที่ สามารถตัดไปบริโภคหรือขาย ได้เลย 


การดูแลรักษา :
1. การให้น้ำ 
ในฤดูฝนจะประหยัดน้ำได้มาก เพราะไม่ต้องให้น้ำเลยก็ได้ นอกจากฝนเกิดทิ้งช่วงนานๆ จึงให้น้ำช่วย แต่หลังจากหมดฝนแล้ว ผู้ปลูกต้องคอยรดน้ำให้เสมออย่าปล่อยให้ขาดน้ำนานๆ เพราะไผ่ในปีแรกนี้ยังไม่ค่อยแข็งแรงนัก อาจตายได้โดยง่าย หลังจากอายุเกิน 1 ปี ไปแล้ว ต้นไผ่จะแข็งแรงและทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดีขึ้น

2. การใส่ปุ๋ย  
ในช่วงปีแรก ไผ่สามารถใช้ปุ๋ยที่คลุกเคล้าไปกับดินปลูก ในระยะปีต่อๆ ไป จำเป็นต้องมีการไถพรวนและใส่ปุ๋ยทุกปี 
2.1. ฉีดพ่นบำรุงด้วยน้ำหมักขี้ไก่ บำรุงราก ใบลำต้น และหน่อ  10  วันครั้ง

2.2.ฉีดพ่นด้วยน้ำหมักบำรุงหน่อ (น้ำหมักพ่อ+น้ำหมักแม่)  7-15  วันครั้ง  
น้ำหมักบำรุงไผ่   ใช้อัตรา  1:10  (น้ำหมัก:น้ำ) 
ส่วนผสม :
1. หน่อไม้ หน่อกล้วย ยอดผักบุ้ง  30  ส่วน
2. EM  10  ส่วน
3. กากน้ำตาล  10  ส่วน
4. น้ำ  10  ลิตร 

วิธีทำ  :  สับวัตถุดิบให้เป็นชิ้นเล็กๆ  ใส่ในถังหมัก เติม  EM  กากน้ำตาลและน้ำลงไปผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝาถังหมักทิ้งไว้ประมาณ  1-3  เดือนก็สามารถนำไปใช้ได้จะทำให้ไผ่สมบูรณ์ทั้งต้น ลำ ออกหน่อเยอะขึ้น

2.3.ใส่ปุ๋ยคอกหมัก ปีละครั้ง  นำมาโรยรอบๆ โคน กอละ  1  กระสอบ  จากนั้นฉีดพ่นด้วย  น้ำหมักพ่อ+น้ำหมักแม่ ตาม  และรดน้ำตาม

การทำปุ๋ยคอกหมักบำรุงกอไผ่ สูตรลุงสงวน 
นำปุ๋ยคอก ซึ่งได้แก่ มูลสัตว์ เช่น วัว ควาย หมู ไก่ ฯลฯ
ถ้านำไปใช้โดยตรงจะเกิดโรค และแมลงต่อพืชดังนั้น ก่อนนำไปใช้ควรนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์ EM ก่อน
ส่วนผสม :
1.ปุ๋ยคอก 1 ส่วน
2.แกลบเผา 1 ส่วน
3.รำละเอียด 1 ส่วน
4.จุลินทรีย์ กากน้ำตาล อย่างละ 10 – 20 ซีซี
5.น้ำ 10 ลิตร

วิธีทำ
1.ผสมปุ๋ยคอก แกลบเผา รำละเอียด อื่น ๆ เข้าด้วยกัน 
2.รดน้ำจุลินทรีย์ คลุกเคล้าให้เข้ากันดีจนได้ความชื้นพอเหมาะไม่เกิน 50% 
3.นำไปกองเกลี่ยบนพื้นซีเมนต์ หนาไม่เกิน 15 ซ.ม. 
4.ปุ๋ยคอกหมักที่มีคุณภาพดี จะไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีก๊าซแอมโมเนีย ไม่ร้อน แต่จะมีราขาว ๆ ขึ้นจำนวนมาก
วิธีใช้ :ใช้ได้ดีกับพืชผักทุกชนิด เช่นเดียวกับปุ๋ยคอกทั่วไป

2.4.คลุมด้วยฟาง/หญ้าแห้ง เพื่อเก็บความชื้น  โดยเฉพาะหน้าแล้ง

3. การตัดแต่งกอ
จะทำการตัดแต่งกอและไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช  ปกตินิยมไถพรวนในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ก่อนที่ดินจะแห้ง เพราะถ้าดินแห้งจะไถพรวนได้ยาก ซึ่งการตัดแต่งกอนั้น ควรทำติดต่อกันทุกๆ ปี หลังการเก็บเกี่ยวในช่วงปลายฤดูฝนหรือประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่ไผ่ชะงักการเจริญเติบโต จะตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคและมีแมลง ลำที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ และลำที่มีอายุตั้งแต่ 2-3 ปีขึ้นไปออก โดยเฉพาะลำที่บริเวณโคนลำเป็นแข้งตุ๊กแก ตัดให้เหลือลำแม่ดีๆ ไว้ประมาณ 5-6 ลำต่อกอ ลำที่เหลือไว้นี้จะเป็นลำแม่ที่ค้ำจุนและบังลมให้ลำที่เพิ่งแตกใหม่ 


ไผ่ตงจะเริ่มแทงหน่อตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม ช่วงที่มีหน่อมากจะประมาณเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ไผ่ตงที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป สามารถตัดได้วันเว้นวัน การตัดหน่อควรทำในตอนเช้ามืด เพื่อที่จะได้หน่อไม้ที่สด ไผ่ที่ตัดไว้นานๆ จะทำให้เปอร์เซ็นต์ความหวานลดลง เครื่องมือที่ใช้ตัดหน่อคือเสียม โดยจะตัดหน่อบริเวณที่ไม่อ่อน หรือแก่จนเกินไป ให้มีตาเหลืออยู่ประมาณ 2-3 ตา นับจากกาบใบที่ 1-2-3 แล้วตัดบริเวณกาบที่  3  ซึ่งจะเหลือตาอยู่และจะให้หน่อในปีถัดไป ส่วนหน่อที่ไม่แข็งแรงมีขนาดเล็ก(หน่อตีนเต่า) ให้ตัดออก  ถ้าไปปล่อยไว้จะไม่มีประโยชน์ ทำให้กอไผ่สูงชลูด ไม่แพร่ขยายออกไปในแนวกว้างเป็นวงกลม  เพราะเป็นลำแม่ที่ไม่ดี ทำให้กอมีหน่อน้อยในปีถัดไป

การพูนโคน  มีประโยชน์หลายอย่าง  โดยเฉพาะหน้าฝนพื้นดินชื้นแฉะควรขุดดินรอบๆทับโคน  เพราะถ้าดินแฉะเกินไป น้ำขังนานๆไผ่ชะงักการออกหน่อ และการพูนโคนจะช่วยกักเก้บน้ำไมและปุ๋ยไม่ให้ไหลทิ้ง

หลังจากปลูกประมาณ  7  เดือน ไผ่จะเริ่มออกหน่อ หน่อที่ออกมาช่วงแรกอย่าเพิ่งรีบตัด ให้เก็บไว้เป็นลำประมาณ  4-5  ลำ หลังจากปลูกได้ประมาณ 1 ปี ไผ่จะออกหน่อเต็มที่ สามารถตัดไปบริโภคหรือขาย ได้เลย 

โรค-แมลงศัตรูพืช  :  ไผ่เป็นพืชที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง แมลงศัตรูไผ่ที่พบจะมีเพียงแมลงเจาะลำต้น เจาะหน่อ ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยน้ำหมักสมุนไพร จะลดปัญหาเรื่องแมลงศัตรูไผ่ลงได้


สูตรสมุนไพร ป้องกันกำจัดแมลงเจาะลำไผ่ 
1. สะเดา ยูคา ข่า ตะไคร้หอม สามสิบกรีบ รวมกันให้ได้ 3 ส่วน
2. กากน้ำตาล 1 ส่วน
3. EM 1 ส่วน
4. น้ำ 1 ส่วน

วิธีทำ : หมักไว้ประมาณ 1 เดือน จากนั้นกรองเอาเฉพาะน้ำ 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นให้ทั่วประมาณ 1 เดือนครั้ง จะช่วยป้องกัน และขับไล่แมลงเจาะลำไผ่ได้



ข้อมูลอ้างอิง  :  https://www.rakbankerd.com



โพสต์โดยสมาชิก : POK@


indiglow
menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow