Social :



พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา ศาสนสถานที่เป็นมากกว่าภารกิจทางใจ

02 พ.ค. 59 10:13
พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา ศาสนสถานที่เป็นมากกว่าภารกิจทางใจ

พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา ศาสนสถานที่เป็นมากกว่าภารกิจทางใจ

“พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา”

ศาสนสถานที่เป็นมากกว่าภารกิจทางใจ

ของ สุเมธ ศศิธร นายกเทศมนตรีเมืองสะเดา

 

ณ ลานพิธีพราหมณ์ พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา เวลา 15.19 น. วันที่ 4 มีนาคม 2558 (วันมาฆบูชา)

 

...ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด พอพราหมณ์เริ่มเป่าแตรทำพิธีเทวาภิเษก ท้องฟ้าก็มีกลุ่มเมฆมาปิดกั้นดวงอาทิตย์ในทันที เวลานั้น ผู้คนที่มายืนอยู่ต่างแหงนมองท้องฟ้าและพูดถึงความอัศจรรย์ ครั้นพอถึงช่วงยกเสมาธรรมจักรขึ้นประดิษฐานบนยอดเสา ฝนก็ประพรมลงมาเบาๆ คล้ายกับว่า เทพเทวดาได้รับรู้ถึงแรงศรัทธาที่ได้ร่วมกระทำในวันพระใหญ่ครั้งนี้

 

...คัดจากบันทึกของผู้เข้าร่วมพิธียกเสมาธรรมจักรฯ

 

คำเชิญชวนของสายข่าวที่แจ้งให้เราทราบว่า “สะเดา” กำลังจะเป็นมากกว่าเมืองการค้าชายแดน กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเราจนอยากจะเดินทางเข้าพื้นที่

 

เมื่อรวมกับบันทึกข้อความข้างต้นที่เราได้ยินได้ฟังมา การเดินทางลงใต้ครั้งล่าสุดในช่วงกลางฤดูฝน เราจึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปทำความรู้จักเมืองชายแดน  และ พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา โครงการใหญ่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าให้กับเมืองสะเดา จ.สงขลา ตามที่สายข่าวแจ้ง

 

แม้วันที่เราไป พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา จะยังคืบหน้าไม่มาก แต่จากการพูดคุยในบรรยากาศ “จิบน้ำชา” กับ สุเมธ ศศิธร นายกเทศมนตรีเมืองสะเดา ผู้ริเริ่มโครงการ ทำให้เราเข้าใจว่า เหตุใดโครงการนี้จึงมีความสำคัญกับเมืองสะเดา ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

 

ส่วนที่ 1 พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา


 

เสมาธรรมจักรนี้เป็นเครื่องหมายแทนคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นตัวแทนของพระไตรปิฎก สัญลักษณ์รูปช้าง ซึ่งเป็นสัตว์สูงศักดิ์มาแบกหามธรรมจักร เทวดาทั้ง 8 และเทพยดา 4 องค์ ที่อยู่ด้านนอกคือท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่และบริวาร สิ่งเหล่านี้คือการสร้างเครื่องหมายการป้องกันรักษาศาสนสถาน เป็นอุบายว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพุทธภูมิแล้ว ครบสมบูรณ์แล้

 

ผู้นำท้องถิ่น         ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านนายกฯ ที่พาเราไปชม พุทธอุทยานเขาเล่ วิวทิวทัศน์บนยอดเขาแบบ 360 องศา สามารถเห็นได้ไกลถึงเขตประเทศมาเลเซีย สร้างความประทับใจให้กับเราเป็นอย่างมาก เอาล่ะครับ...เราได้เห็นสถานที่จริงแล้ว เราก็อยากจะทราบว่าการสร้าง พุทธอุทยานเขาเล่ เกิดขึ้นเมื่อไร อย่างไรครับ

นายกฯ สุเมธ         คืออย่างนี้นะครับ ในสมัยนายกฯ คนที่ผ่านมา เทศบาลเมืองสะเดาได้รับมอบหมายจากจังหวัดว่าให้พัฒนาพื้นที่บริเวณเขาเล่ แต่ตอนนั้นยังไม่มีการตั้งโครงการอะไรที่ชัดเจน เพียงแต่เข้ามาปรับปรุงพื้นที่บางส่วนเท่านั้น หลังจากนั้นปี 2554 ผมเข้ามาเป็นนายกเทศมนตรี ตัวผมเองเป็นคนที่ชอบทำบุญ เป็นคนที่มีความตั้งใจที่จะทะนุบำรุงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่แล้ว แล้วอีกประการหนึ่ง เทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมากนิยมท่องเที่ยวเชิงศาสนา คือนิยมเดินทางไปไหว้พระขอพรตามสถานที่ต่างๆ ผมจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาเขาเล่ให้เป็นศาสนสถานที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และงดงาม เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาด้วย โดยดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาเที่ยวเมืองสะเดา ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้พื้นที่และช่วยให้คนสะเดามีงานทำด้วย

 

ผู้นำท้องถิ่น         แนวคิดหลักคือการสร้างพระพุทธรูปให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา?

นายกฯ สุเมธ        ใช่ครับ การสร้างพระพุทธรูปคือแนวคิดหลัก คือเราจะสร้างองค์พระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่อง งดงามตามแบบฉบับของภาคใต้ ขนาดหน้าตักกว้าง 19.99 เมตร เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ซึ่งนับเป็นหนึ่งเดียวในพื้นที่ที่จะมีการสร้างองค์พระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้ บางทีผมคิดว่าอาจจะใหญ่เป็นที่หนึ่งในประเทศไทยด้วยซ้ำ แต่อันที่จริงเราไม่ได้จะสร้างเพียงพระพุทธรูปอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ เราตั้งธงในการพัฒนาพื้นที่ไว้หลายอย่าง เป็นต้นว่าเราจะสร้าง เขาเล่ ให้เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติธรรม มีกิจกรรมฟังธรรมะ ถือศีล นั่งสมาธิ อีกส่วนก็จะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการที่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีสวนสัตว์ มีท้องฟ้าจำลอง มีหอดูดาว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่ผมได้ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ เพื่อให้มีเงินอุดหนุนมาพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ เราทำ MOU กับหน่วยงานรัฐประมาณสัก 10 องค์กร อย่างเช่นป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ไฟฟ้า จังหวัด สวนสัตว์สงขลาก็มาเป็นเจ้าภาพ อบจ.สงขลา ก็รับเป็นเจ้าภาพดูแลด้านงบประมาณ ทำ MOU กับทุกหน่วยงานที่กล่าวมาในวันวางศิลาฤกษ์เลย

 

ผู้นำท้องถิ่น         มีโครงการที่ชัดเจนแล้ว มี MOU ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐแล้ว สเต็ปต่อมาคืออะไรครับ

นายกฯ สุเมธ       หลังการวางศิลาฤกษ์ ผมก็สนับสนุนให้มีการตั้ง มูลนิธิ พุทธอุทยานเขาเล่ ขึ้นมา เป็นแนวคิดที่ผมอยากให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทั้งในเรื่องของการหางบประมาณในการก่อสร้างและดูแล เมื่อก่อตั้งมูลนิธิแล้ว เราก็จัดให้มีการคัดเลือกประธานและกรรมการเพื่อที่จะมาบริหารจัดการพุทธอุทยานเขาเล่ควบคู่ไปกับเทศบาลฯ  

 

ผู้นำท้องถิ่น         มูลนิธิ พุทธอุทยานเขาเล่ จะมีบทบาทกับโครงการ พุทธอุทยานเขาเล่ อย่างไรบ้างครับ

นายกฯ สุเมธ       ที่ผมมีนโยบายให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนสำคัญในโครงการก่อสร้าง พุทธอุทยานเขาเล่ เพราะผมมีแนวคิดที่ว่า ข้อหนึ่ง ถ้ามีภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว ผมคิดว่าเราจะหาเจ้าภาพในการดูแลสิ่งที่ก่อสร้างเหล่านี้ค่อนข้างลำบาก หรืออาจจะไม่มีความยั่งยืนมากเท่ากับประชาชนเป็นเจ้าภาพดูแลเอง เพราะฉะนั้นผมก็เลยสนับสนุนให้ก่อตั้งมูลนิธิ พุทธอุทยานเขาเล่ ขึ้นมาดูแล ซึ่งในมูลนิธินี้จะมีภาคประชาชนเป็นคณะกรรมการบริหารทั้งหมด ข้อสอง มูลนิธินี้จะเป็นกำลังสำคัญในการหาเงินบริจาคมาร่วมสร้างองค์พระ ทีนี้เมื่อเราตั้งมูลนิธิแล้วก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ คือเมื่อประชาชนทราบข่าวว่าเรามีความตั้งใจที่จะสืบทอดพระพุทธศาสนาและสร้างองค์พระเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ เขาก็แสดงจิตศรัทธาที่จะเข้าช่วย รู้ไหม สิ่งก่อสร้างที่มีอยู่ทั้งหมดในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ได้จากการบริจาคของภาคประชาชนนะครับ แล้วตัวผมเองก็บอกกับคนในมูลนิธิและประชาชนที่มาร่วมบริจาคอยู่เสมอว่า สิ่งที่เราได้ร่วมกันสร้างในครั้งนี้ จะเป็นมรดกตกทอดไปถึงลูกถึงหลาน ลูกหลานของเราทุกคนที่มาทำบุญที่นี่จะเป็นเจ้าของร่วมกัน เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่ากุศโลบายนี้ที่ให้ประชาชนได้ร่วมกันเป็นเจ้าของพื้นที่ จะทำให้โครงการ พุทธอุทยานเขาเล่ ประสบความสำเร็จและเกิดความยั่งยืนสืบไป

 

 

 

ผู้นำท้องถิ่น         ปัจจุบันความคืบหน้าของโครงการเป็นอย่างไรบ้างครับ

นายกฯ สุเมธ        โครงการ พุทธอุทยานเขาเล่ นี้หลักๆ แล้วมี 2 ส่วน คือส่วนของการสร้างองค์พระพุทธรูปปางมารวิชัยบนยอดเขาและส่วนของการสร้างแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่บริเวณโดยรอบนะครับ ในส่วนของการสร้างองค์พระพุทธรูปปางมารวิชัย ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างฐานองค์พระขนาด 3 ชั้น สำหรับองค์พระนั้นอยู่ในระหว่างการรวบรวมเงินงบประมาณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ก่อนที่เราจะสร้างถาวรวัตถุทางพระพุทธบนพื้นที่แห่งใด เราต้องทำพิธีประกาศให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นพุทธภูมิเสียก่อน ผมจึงได้ดำเนินการก่อสร้างเสมาธรรมจักรบริเวณด้านล่างตรงทางขึ้นไปสู่ยอดเขาให้แล้วเสร็จก่อนเป็นอันดับแรก คือเสมาธรรมจักรนี้เป็นเครื่องหมายแทนคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นตัวแทนของพระไตรปิฎก และก็มีเครื่องหมายสัญลักษณ์ทั้งรูปช้าง ซึ่งเป็นสัตว์สูงศักดิ์มาแบกหามธรรมจักร เทพยดา 4 องค์ และเทวดาทั้ง 8 ที่อยู่ด้านนอกคือท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่และบริวาร สิ่งเหล่านี้คือการสร้างเครื่องหมายการป้องกันรักษาศาสนสถาน เป็นอุบายว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพุทธภูมิแล้ว ครบสมบูรณ์แล้ว แล้วนอกจากองค์พระพุทธรูปกับเสมาธรรมจักร ต่อไปเราก็จะมีการก่อสร้างสังเวชนียสถาน 4 สถาน ซึ่งสังเวชนียสถาน 4 สถานนี้ก็คือสถานที่ที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ประสูติจนปรินิพพาน ผมได้วางแผนการก่อสร้างโดยจำลองแบบจากสถานที่จริงในชมพูทวีป เพื่อให้เป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ว่า พระพุทธเจ้าได้เผยแผ่หลักธรรมต่างๆ อย่างไรบ้าง ก็จะมีองค์ประกอบทั้งรูปภาพ ทั้งตัวหนังสือ ทั้งคำบรรยาย ตั้งแต่พระองค์ประสูติจนถึงปรินิพพาน เรียกว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาแบบครบวงจร

 

ผู้นำท้องถิ่น         ส่วนอื่นๆ ที่เทศบาลลง MOU ไว้กับหน่วยงานรัฐ จะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไรครับ

นายกฯ สุเมธ        จากนี้การดำเนินงานในส่วนของสวนพฤกษศาสตร์เราจะทำควบคู่กันไปเลย ผมคิดว่าปีหน้าเราจะเริ่มเห็นภาพและเริ่มเปิดการท่องเที่ยวได้ เพราะเรากำลังจะทำศูนย์รับนักท่องเที่ยว ส่วนนี้ได้รับงบประมาณจากจังหวัด แล้วเรายังได้รับงบประมาณจาก อบจ.สงขลา มาสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อจำหน่ายสินค้าประจำถิ่น 9 ตำบลใน อ.สะเดา ฉะนั้นเมื่ออาคารหลักๆ เกิดขึ้นแล้ว ปีหน้านี้องค์พระก็จะมีการสร้างอย่างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว คนจะเห็นแล้วก็เริ่มเข้ามาทำบุญ ในส่วนของ หอดูดาวและท้องฟ้าจำลองก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เรากำลังผลักดัน คือเราได้ออกแบบไปเสนอหลายๆ รูปแบบ ซึ่งแบบที่ผมตั้งธงเรื่องไว้คือเราจะสร้างเป็นตึกประมาณ 4 ชั้น อยู่บนภูเขา ในนั้นก็จะมีท้องฟ้าจำลอง มีห้องประชุม มีห้องจัดแสดงนิทรรศการเรื่องภูมิศาสตร์ ดาราศาสตร์ ส่วนหอดูดาวจะอยู่บนดาดฟ้า เป็นพื้นที่ติดตั้งกล้องดูดาว ซึ่งหอดูดาวนี้ไม่เพียงจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนและประชาชนที่สนใจ ข้อสำคัญอีกประการคือจะเอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องมุสลิมที่จะมาดูเดือนในการถือศีลอดและก็ละศีลอดได้ เพราะ เขาเล่ นับเป็นพื้นที่สูง สามารถมองเห็นดาวได้อย่างเด่นชัด

 

ผู้นำท้องถิ่น         มองโดยภาพรวม อนาคต เขาเล่ จะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนา แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศูนย์กลางการจำหน่ายสินค้าชุมชน  

นายกฯ สุเมธ        ใช่ครับ อนาคตทั้งศาสตร์และศิลป์จะมารวมกันอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ คือเรามีแนวคิดที่ต้องให้ทุกคนได้มีส่วนได้ใช้ประโยชน์จาก เขาเล่ เรามีกลุ่มเป้าหมายหลายกลุ่ม ไม่ใช่รับเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะมาไหว้พระหรือเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน แต่เรายังจะทำให้เขาเล่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นสวนสาธารณะ เป็นแหล่งอบรมคุณธรรมจริยธรรม นอกจากนั้นเรายังมองว่า พื้นที่รอบๆ บริเวณนี้สามารถเป็นศูนย์กลางลูกเสือนานาชาติได้ในอนาคตข้างหน้า ซึ่งจะเป็นโครงการที่ต่อเนื่องจากการสร้างโรงเรียนอาชีวะและศูนย์การเรียนรู้สู่อาเซียน ใช้พื้นที่ถัดจาก เขาเล่ เข้าไปนิดหนึ่ง เราไปดูที่ให้เขาแล้ว ตอนนี้เขากำลังดำเนินการของบประมาณมาสร้าง

 

ผู้นำท้องถิ่น         เป็นพื้นที่ที่จังหวัดมอบหมายให้พัฒนาใช่ไหมครับ

นายกฯ สุเมธ        ใช่ครับ คือจังหวัดให้พื้นที่เรามาดูแลประมาณ 500 ไร่ เราใช้ทำพุทธอุทยานเขาเล่ไปส่วนหนึ่ง ตรงนี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขาจึงไม่มีปัญหา แต่พื้นที่ที่เราได้สิทธิ์ในการดูแลอีกบางส่วน ชาวบ้านได้เข้ามาทำการปลูกพืชแล้ว ซึ่งถ้าเราจะเข้าไปใช้ เราก็ต้องหาเงินมาชดเชยเพื่อสร้างความเป็นธรรมในฐานะที่เขาเสียประโยชน์ก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าโครงการต่างๆ เหล่านี้สำเร็จ ผมเชื่อว่าชาวบ้านจะได้ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจมาทดแทนอย่างแน่นอน

 

 

 

ผู้นำท้องถิ่น         ท่านนายกฯ เล็งเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้มีจุดแข็งอย่างไรถึงตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการเป็นแหล่งเรียนรู้ แล้วเมื่อโครงการพุทธอุทยานเขาเล่แล้วเสร็จ คนสะเดาจะได้ประโยชน์อย่างไรบ้างครับ

นายกฯ สุเมธ        เพราะว่ากลุ่มเป้าหมายเรามีอยู่แล้วครับ ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งกลุ่มที่นิยมท่องเที่ยวเชิงศาสนาและกลุ่มอื่นๆ เดินทางผ่านพื้นที่เราทุกวันๆ ด้วยภูมิศาสตร์เราเป็นทางผ่านทั้งตอนเข้าและตอนกลับอยู่แล้ว เราต้องมีของที่จะให้เขาแวะมาดูมาชม แต่เมื่อก่อนเรายังไม่มีสิ่งดึงดูดเขา ถ้าเรามีสิ่งดึงดูด ต่อไปเขาก็จะแวะเข้ามา คือสะเดาแต่เดิมนั้นการตั้งด่านศุลกากรและด่านตรวจคนเข้าเมืองอยู่ในพื้นที่ของเทศบาลเมืองสะเดา แต่เมื่อมีความเจริญมากขึ้น ก็มีการย้ายพื้นที่ทำการของด่านไปอยู่ที่ ต.สำนักขาม ทำให้การปฏิสัมพันธ์กับคนต่างแดนในพื้นที่สะเดานั้นก็น้อยลง มีแค่คนผ่านทาง

Lif
ผมเลยมองว่าถ้าเราพัฒนาพุทธอุทยานเขาเล่แห่งนี้จะทำให้คนที่ผ่านไปผ่านมาเมืองของเราเป็นร้อยเป็นพันคนแวะมาเยี่ยมบ้านเยี่ยมเมืองเรา แล้วก็มาจับจ่ายในพื้นที่ของเรามากขึ้น ส่วนประโยชน์ที่คนสะเดาจะได้รับจากโครงการนี้ผมแยกเป็น 2 เรื่องนะครับ เรื่องแรกเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ พุทธอุทยานเขาเล่จะทำให้สะเดากลับมาเป็นเมืองที่คึกคักอย่างแน่นอน เรื่องที่สองเป็นเรื่องความเชื่อความศรัทธา คือชาวพุทธเรามีความเชื่อว่าการสร้างองค์พระ หรือการทะนุบำรุงบวรพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองนั้นจะได้อานิสงส์ในการสร้างมาก อีกประการหนึ่งก็คือนับตั้งแต่เริ่มทำโครงการจนถึงวันนี้ เราส่งเสริมเรื่องขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีมาโดยตลอด ซึ่งการส่งเสริมเรื่องเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นและละเอียดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโครงการนี้สำเร็จ

 

ผู้นำท้องถิ่น         นัยยะของการสร้างพุทธอุทยานเขาเล่คือการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง

นายกฯ สุเมธ        ครับ เพราะว่าเมื่อก่อนคนที่จะเข้าประเทศเราต้องมาประทับตราหนังสือที่นี่ มีการตรวจผ่านด่านอะไรที่นี่ แต่เมื่อด่านย้ายแล้วที่นี่ก็ซบเซา ผมคิดว่าพุทธอุทยานเขาเล่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะได้ เพราะว่าเรามีวงแหวนเชื่อมระหว่างถนนกาญจนวนิชกับถนนปาดังเบซาร์ที่เป็นถนนสายหลักของเราทั้งสองเส้นเข้าหากัน สามารถเชื่อมโยงได้ นักท่องเที่ยวก็จะสะดวกในการเดินทางด้วย

 

ผู้นำท้องถิ่น         ด้วยภูมิศาสตร์และข้อเท็จจริงเรื่องนักท่องเที่ยว ดูเหมือนว่าเขาเล่จะได้เปรียบทุกอย่าง เพียงแต่ด้วยงบประมาณในการสร้างที่ต้องรอการบริจาคและขอจากหน่วยงานรัฐ อาจทำให้โครงการนี้ล่าช้า ท่านนายกฯ พอมีวิธีผลักดันให้โครงการสำเร็จเร็วขึ้นบ้างไหมครับ

นายกฯ สุเมธ        เป็นความโชคดีของชาวสะเดาเรานะครับ เพราะเมืองสะเดาได้รับอานิสงส์ในนโยบายการพัฒนาบ้านเมืองของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศให้พื้นที่ 4 ตำบลของ อ.สะเดา คือ ต.สะเดา ต.สำนักขาม ต.สำนักแต้ว ต.ปาดังเบซาร์ ให้เป็นพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเทศบาลเมืองสะเดาก็เป็นส่วนหนึ่งของตำบลที่ถูกยกในการประกาศเป็นพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผมก็ได้นำเสนอโครงการก่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.สะเดา คือโครงการพุทธอุทยานเขาเล่เข้าในโครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษด้วย เพราะจะได้มีงบประมาณสนับสนุนตั้งแต่การปรับถนนหนทาง ถนนวงแหวนเชื่อมระหว่างถนนกาญจนวนิชกับถนนปาดังเบซาร์ และก็สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ตลอดจนถึงงบประมาณที่จะมาสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ โครงการที่ผมได้ตั้งไว้คงจะได้รับอนุมัติในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้โครงการนี้สำเร็จได้เร็วขึ้น

 

 

ร่วมทำบุญสร้าง พุทธอุทยานเขาเล่ สะเดา บริจาคสมทบทุนได้ที่  บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี โครงการพุทธอุทยานเขาเล่สะเดา เลขที่บัญชี  369-0-45540-5

 

ผู้นำท้องถิ่น         ก่อนที่เราจะไปคุยเรื่องภารกิจหน้าที่ของท่านนายกฯ  เราขอเปิดพื้นที่ให้ท่านได้สื่อสารออกไปให้คนนอกพื้นที่ได้รับรู้รับทราบว่าเรื่องที่เมืองสะเดากำลังสร้างถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนาในครั้งนี้

นายกฯ สุเมธ        ครับ ผมก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวพุทธบริษัททั้งหลายที่มองว่าการจะสร้างถาวรวัตถุไว้ให้ลูกหลานเราได้สืบทอด ทั้งในการเรียนรู้ ในการที่ได้สักการบูชา และในการที่จะมาเป็นที่ปฏิบัติธรรม ที่นี่เราเป็นศูนย์กลางทางด้านพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง อยากจะเชิญชวนให้ท่านได้ร่วมกันทำบุญ การบริจาคนั้นสามารถบริจาคผ่านพุทธอุทยานเขาเล่ในมูลนิธิก็ได้ หรือผ่านมาทางเทศบาลเมืองสะเดาก็ได้ โดยบริจาคผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชีโครงการพุทธอุทยานเขาเล่สะเดา เลขที่บัญชี 369-0-45540-5 ก็อยากจะเชิญชวนให้ทุกคนมาทำบุญร่วมกันนะครับ

 

ส่วนที่ 2 นโยบายแห่งความสุข 9 ด้าน

 

ผู้นำท้องถิ่น         ถึงตรงนี้เราคงต้องขอบอกว่า โครงการพุทธอุทยานเขาเล่น่าจะสร้างประโยชน์ให้กับเมืองสะเดาในอนาคตได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม การดูแลประชาชนตามภารกิจหน้าที่ในฐานะนายกเทศมนตรี ต้องมีครบทุกมิติ

นายกฯ สุเมธ         ถูกต้องครับ ผมเข้ามาทำหน้าที่ดูแลสุขทุกข์ของประชาชน ซึ่งการ ดูแลประชาชนของผมนั้น ผมขับเคลื่อนตาม นโยบายหลัก 9 ด้าน   คือ 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.สาธารณสุข 3.สวัสดิการ 4.สิ่งแวดล้อม 5.ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว 6.การศึกษา กีฬา และนันทนาการ 7.ศาสนาและศิลปวัฒนธรรมประเพณี 8.สังคมและความปลอดภัย 9.การจัดการบริหารการเมืองการปกครอง เรียกว่า นโยบายแห่งความสุข ตามวิสัยทัศน์ ท่องเที่ยวสะเดาก้าวหน้า แหล่งการค้าชายแดน โดยมีหลักการพัฒนาคือ ศูนย์ศึกษานานาชาติ สะอาดทุกมุมเมือง รุ่งเรืองวัฒนธรรม

 

ผู้นำท้องถิ่น         9 นโยบายแห่งความสุข และวิสัยทัศน์ที่ท่านนายกฯ กล่าวมา ออกมาจากการวิเคราะห์ปัญหาในพื้นที่ใช่ไหมครับ

นายกฯ สุเมธ        คือเราตั้งหลักว่า การพัฒนาเมืองสะเดาของเราไม่ได้เป็นคู่แข่งของเมืองปาดังเบซาร์ หรือด่านนอก สำนักขาม เรามีจุดขายคนละจุดกันนะ เรากำหนดพื้นที่ของเทศบาลเมืองสะเดาเป็นพื้นที่เมืองน่าอยู่ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่ สะดวก สบาย ปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นองค์ประกอบของเมืองน่าอยู่ก็ต้องมีแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แหล่งประกอบการค้า ให้นักท่องเที่ยวไหลเวียนเข้ามา ผมเลยมีนโยบายหลักต่างๆ เช่น การศึกษา เมื่อเป็นเมืองน่าอยู่แล้ว ต้องมีการศึกษา ศูนย์ราชการรวมที่นี่ มีการค้า มีที่ท่องเที่ยว มีแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ถนนหนทางที่สามารถโยงใยได้ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ ถ้ามีความพร้อม ถ้าเราทำได้ สะเดาก็จะเป็นเมืองน่าอยู่ได้จริงๆ

 

ผู้นำท้องถิ่น         ในบริบทที่จะทำให้เมืองสะเดาเป็นเมืองน่าอยู่ 9 นโยบายขับเคลื่อน ก็คงเป็นเหมือนเสา 9 ต้นที่ค้ำยันเมืองน่าอยู่ไว้ เสาต้นแรกคงเป็น โครงสร้างพื้นฐาน

นายกฯ สุเมธ        ใช่ครับ ซึ่งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานนี้ผมใช้สโลแกนว่า สะเดาบ้านเรา ก้าวหน้าอย่างมั่นคง คือโครงสร้างพื้นฐานเรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ผมคิดว่ารูปแบบโครงสร้างพื้นฐานของเรามีความสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ขณะนี้นะ เช่นเราตั้งธงไว้ว่า มีบ้านต้องมีถนน มีถนนต้องมีไฟฟ้า มีไฟฟ้าต้องมีประปา นี่เป็นคู่โยงกันที่มีข้อตกลงระหว่างหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจที่ต้องมาเชื่อมโยงกับเรา ส่วนเรื่องที่ 2 สาธารณสุข ผมใช้คำว่า “เพื่อความอยู่ดีกินดีของชาวสะเดา” คือเราต้องดูแลประชาชนให้ดีที่สุด เพราะไม่มีใครตอบได้ว่าจะป่วยเมื่อไร จะไม่สบายเมื่อไร ฉะนั้นสาธารณสุขมูลฐานที่มันสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนได้ เราจึงทำทุกโครงการ เช่นการแนะนำด้านการปฏิบัติตนเรื่องการกิน การใช้ การดูแลที่อยู่ที่อาศัยต่างๆ ให้ปลอดโรคปลอดภัย

 

ผู้นำท้องถิ่น         ดูเหมือนท่านนายกฯ ให้น้ำหนักไปที่การ ป้องกันก่อนป่วย มากกว่า การดูแลหลังป่วย

นายกฯ สุเมธ         ถูกต้องครับ เรามีแพทย์ พยาบาล มี อสม. เป็นผู้เชื่อมโยงเรากับประชาชนให้ได้รับฐานข้อมูลต่างๆ ว่า กินอย่างไรจึงจะปลอดโรคปลอดภัย มีการรณรงค์ส่งเสริมเรื่องสุขภาพอยู่เนืองๆ ต่อมาคือเรื่อง สวัสดิการ เราก็มีสโลแกนว่า คุณภาพชีวิตที่ดี เท่าเทียม ทั่วถึง สวัสดิการของเราก็อย่างเช่นว่า ท่านเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุหรืออะไรก็ตาม เราเยียวยาเบื้องต้นคือ เรามีหน่วยบริการเคลื่อนที่เร็วที่จะไปดูแล ไปปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนกระทั่งนำส่งไปโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ถ้าอาการหนัก เราก็มีหน่วยดูแลตรงนี้อยู่ ผมมองว่าสวัสดิการเป็นสิ่งสำคัญ เป็นเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้นะครับ แล้วการจะสวัสดิการดูแลถึงบ้าน ผู้ป่วยติดเตียงหรืออะไรก็ตามนะ เราทำโครงการทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ แม่หลังคลอด เราก็จะไปให้ความรู้แล้วก็เยี่ยม และมีสิ่งอำนวยความสะดวกเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ และวิธีการเลี้ยงบุตร เรามีหมด เราไปถึงเขาจริงๆ

 

ผู้นำท้องถิ่น         เรื่องต่อมาคือ สิ่งแวดล้อม เมื่อเป้าหมายของท่านคือการสร้างเมืองน่าอยู่ เรื่องสิ่งแวดล้อมสำหรับเมืองสะเดาคงเป็นเรื่องสำคัญใช่ไหมครับ

นายกฯ สุเมธ         ครับ ผมตั้งเป้าว่าจะทำให้เมืองของเราต้องเป็นเมืองแห่งต้นไม้ เป็นเมือง Low Carbon เรามีโครงการรณรงค์ต่างๆ เช่น ให้มีการปลูกต้นไม้ดอกไม้ประดับทุกบ้านเรือนเพื่อให้มีบรรยากาศที่ดี และเพื่อได้มาฟอกอากาศต่างๆ เราจะให้ความรู้ในเรื่องการใช้เคมีต่างๆ เพื่อลดการใช้เคมี เพื่อลดภาวะอากาศเสียหรือน้ำเสียให้น้อยลง อีกเรื่องที่สำคัญคือ เทศบาลเมืองสะเดาได้รับนโยบายจากจังหวัดว่าให้เราเป็นศูนย์รวมของขยะทั้งอำเภอ คือขยะจากทั้ง 9 ตำบล จะมาทิ้งที่เราทั้งหมด โดยเรามีบ่อขยะที่มีเนื้อที่อยู่ประมาณ 90 กว่าไร่ ในขณะนี้เราดำเนินแผนไปเพื่อจะดำเนินการเรื่องขยะที่เดิมนั้นเป็นการฝังกลบ ตอนนี้เราจะมาเปลี่ยนวิธี นอกจากการฝังกลบแล้ว ให้เปลี่ยนวิธีการกำจัดขยะสมบูรณ์แบบ โดยลดมลภาวะหรือให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ผมกำลังพิจารณาว่าทำอย่างไรให้ขยะนี้เป็นประโยชน์แล้วก็ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ก็คิดว่าต้องมีการคัดแยกขยะ มีการแปรรูปขยะเป็นปุ๋ยแล้ว ที่เหลือแปรรูปเป็นพลังงาน เรากำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ส่วน ด้าน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ผมใช้คำว่า ท่องเที่ยวยั่งยืน หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ คำว่ายั่งยืน คือประชาชนต้องมีส่วนร่วม และประชาชนต้องมีผลประโยชน์ ฉะนั้นการท่องเที่ยว ทางเรามีการลงทุนครั้งแรกเพื่อให้มันเกิดขึ้นได้ เมื่อมันเกิดขึ้นได้แล้ว ตัวจักรสำคัญที่สุดเนี่ยประชาชนต้องเป็นคนที่มามีส่วนร่วมในการพัฒนาท่องเที่ยว ชุมชนต้องเป็นผู้ดูแลการท่องเที่ยว ให้มันเกิดสภาพที่มีความสงบ มีความเรียบร้อย มีความสะอาด มันต้องเกิดตรงนี้ เกิดกับประชาชน แล้วประชาชนต้องเป็นผู้ได้ประโยชน์ในการท่องเที่ยว ไม่ว่านักท่องเที่ยวมีการจับจ่ายใช้สอยในเรื่องอาหารการกิน เรื่องสินค้าเกษตร หรือของที่ระลึก หรือสินค้าที่ทางชุมชนได้พัฒนาขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้มีแหล่งอาชีพหล่อเลี้ยงรายได้ของประชาชน และไม่ให้ประชาชนไหลออกนอกพื้นที่ โดยเขามีอาชีพ ทั้งลูกทั้งหลานมีอาชีพในการท่องเที่ยว ผมคิดว่ามันเกิดความยั่งยืนได้ ซึ่งปัจจุบันเรามีความยั่งยืนแบบนี้ในถนนคนเดิน 2 จุด คือที่ชุมชนท่าพรุ 1 และชุมชนท่าพรุ 2 อีกที่เรากำลังดูอยู่ คิดว่าจะเปิดในชุมชนบ้านทุ่ง

 

ผู้นำท้องถิ่น         เรื่องต่อมาคือ การศึกษา กับศาสนาและศิลปวัฒนธรรมประเพณี ภาพรวมหรือสโลแกนที่ท่านนายกฯ ตั้งไว้คืออะไรครับ

นายกฯ สุเมธ        เรื่องการศึกษา ผมใช้คำว่า “มุ่งสู่ศูนย์ศึกษานานาชาติ” คือเรื่องนี้เกี่ยวกับการเปิดอาเซียนโดยตรง เพราะเราอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฉะนั้นต่อไปไม่ใช่แค่ภาษาไทยที่เป็นภาษาหลัก ผมจึงได้ส่งเสริมให้นักเรียนและประชาชนเรียนรู้การใช้ภาษาอื่นในการสื่อสาร เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษาจีน เมื่ออาเซียนเปิด เราก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนอย่างเต็มตัว ส่วนเรื่อง ศาสนาและศิลปวัฒนธรรมประเพณี ที่นี่เราให้ความสำคัญอย่างมากทีเดียว เราจัดงาน 75 ปีของเทศบาลเมืองสะเดาเมื่อคราวที่แล้ว ใช้ชื่อว่า เหลียวหลัง แลหน้า เมืองสะเดา ตอน 75 ปี เทศบาลสะเดา เรามีขบวน 3 ชาติพันธุ์ คือชาติพันธุ์ที่มีเชื้อสายไทย ชาติพันธุ์ที่สืบเชื้อสายจีน ชาติพันธุ์ที่สืบเชื้อสายอิสลาม ชาติพันธุ์ใหญ่ๆ คือ 3 ชาติพันธุ์นี้ เพราะว่าคนนับถือศาสนาพุทธประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ คนนับถือศาสนาอิสลามประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ และศาสนาอื่นๆ ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่ของเรา ฉะนั้นหลายๆ ชาติพันธุ์มาอยู่กันได้โดยความรัก ความสามัคคี ตรงนี้เป็นจุดขายสำคัญของสะเดา เราต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ ในอดีตบรรพบุรุษเราได้ทำไว้ เราก็ให้คนในปัจจุบันรักษาไว้ เพื่อให้เด็กในอนาคตต้องทำ ต้องปฏิบัติเหมือนเรา ฉะนั้นเรื่องชาติพันธุ์เราให้ความสำคัญและก็ให้เกียรติกันมาก

 

ผู้นำท้องถิ่น         ด้านสังคมและความปลอดภัย สำ หรับพื้นที่เมืองสะเดา เรื่องนี้คงต้องเข้มงวดไม่น้อย

นายกฯ สุเมธ         ภาพรวมของเรื่องนี้ผมใช้คำว่า “ชีวิตคนสะเดาเราดูแล” โดยเรามีหน่วยป้องกันบรรเทาสาธารณภัย มีหน่วยงานเทศกิจ มี อปพร.มาช่วยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และก็ดูแลเรื่องกฎจราจรต่างๆ เรามีหน่วยงานอาสาของตำรวจชุมชน หน่วยงานอาสาของจิตอาสา สิ่งเหล่านี้เป็นหน่วยองค์ประกอบที่จะประกอบกับภาครัฐ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร ในการดูแลด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน ของเรามีความพร้อมตรงนี้ สำหรับ เรื่องสุดท้ายคือ การจัดการบริหารการเมืองการปกครอง ก่อนที่ผมจะมาเป็นนายกฯ ผมก็ไปสอบถามความคิดเห็นจากภาคประชาชนมากลั่นกรองเป็นนโยบาย 9 ด้านที่ผมทำในขณะนี้ คือมาจากภาคประชาชนล้วนๆ ไม่ใช่นโยบายที่เกิดขึ้นจากผม เพราะฉะนั้นการบริหารการจัดการคือประชาชนเป็นหลักใหญ่นั่นเอง

 

ผู้นำท้องถิ่น         สุดท้ายเราเชื่อว่าการขับเคลื่อนนโยบาย 9 อย่าง จะทำให้สะเดาเป็นเมืองน่าอยู่ น่าอาศัย และเศรษฐกิจดี แต่บุคคลภายนอกหรือคนที่ไม่ได้เข้ามาสัมผัสพื้นที่อาจยังมีความกังวลอยู่ว่าสะเดาเป็นพื้นที่สีแดง เราจึงอยากให้ท่านนายกฯ เป็นตัวแทนคนสะเดาพูดถึงเรื่องนี้สักหน่อยครับ

นายกฯ สุเมธ       ครับ บางคนคิดว่าพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย แต่ผมขอยืนยันว่าเรื่องความปลอดภัยเรามีความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพราะเรื่องความเป็นอยู่เราไม่มีความขัดแย้งกันของคนในพื้นที่ เราไม่มีผู้ร้ายมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ คนที่เข้ามาอยู่อาศัยที่นี่มีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำมาหากินโดยตรง เพราะเราเป็นเมืองเศรษฐกิจ เป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับการทำมาหากินเท่านั้น เมืองของเราเป็นแหล่งการค้าชายแดนจริงๆ ผมรับประกันได้ว่าเป็นเมืองน่าอยู่ และไม่มีเรื่องเหตุร้าย เราสามารถไปมาโดยไม่มีอันตรายไปได้ทั้งวันทั้งคืน ที่นี่ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าท่านเข้ามาเยี่ยม เข้ามาในเมืองของเราสักครั้ง ท่านก็จะรู้ว่าเมืองสะเดาน่าอยู่จริงๆ ครับ

โพสต์โดย : ครองแครง